operator

operator

ไหว้พระ 9 วัดเสริมบุญย่านกรุงเทพฯ

Cover ไหว้พระ 9 วัด-1

การทำบุญเข้าวัดเป็นสิ่งที่คนไทยประพฤติปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะคนสมัยก่อนหรือคนในยุคนี้เมื่อมีความไม่สบายอกสบายใจ ทุกข์กายทุกใจก็มักจะหันหน้าเข้าวัดเพื่อสงบจิตสงบใจ เพราะการเข้าวัดช่วยให้จิตใจผ่อนคลายความทุกข์ลงได้บ้าง และเมื่อถึงวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนาคนไทยก็จะนิยมเข้าวัดเพื่อทำบุญ เพราะคนไทยเชื่อว่าการทำบุญจะช่วยส่งผลบุญให้พบเจอแต่ความสุขความเจริญในชีวิต ช่วงเทศกาลปีใหม่เองก็เช่นกันผู้คนนิยมไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้เป็นปีแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่ดี บทความนี้ทีมงานเลยจะมาแนะนำสถานที่ ไหว้พระ 9 วัดเสริมบุญย่านกรุงเทพฯ กันค่ะ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) “วัดพระแก้ว” หรือชื่อเรียกเต็มว่า “วัดพระศรีรัตนศาสดาราม” เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของคนไทยที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะที่งดงาม เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในปี พ.ศ. 2325 วัดพระแก้วเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” หรือ “พระแก้วมรกต” ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองศิลปะเชียงแสนตอนต้น ทำจากหินหยกสีเขียวเข้มทึบแสงปางสมาธิ เชื่อกันว่าหากได้ไปไหว้พระแก้วมรกตแก้วแหวนเงินทองจะไหลมาเทมา นอกจากนี้ยังมีปราสาทพระเทพบิดรซึ่งเป็นปราสาทจตุรมุขประดับกระเบื้องเคลือบองค์เดียวในประเทศไทย ซึ่งภายในมีพระบรมรูปหล่อของพระมหากษัตริย์ทั้ง 9 พระองค์ให้เข้ากราบไหว้อีกด้วย ที่ตั้ง: ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร 10200ค่าเข้าชม: ชาวไทยไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างชาติ 500 บาทเวลาเปิด – ปิด: ทุกวันเวลา 08.30 – 15.30 น. วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) “วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร” หรืออีกชื่อนิยมเรียกว่า “วัดแจ้ง“ เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีใน พ.ศ. 2310 ได้เสด็จมาถึงหน้าวัดนี้ตอนรุ่งแจ้งจึงพระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า “วัดแจ้ง” จุดเด่นของวัดอรุณฯ คือ พระปรางค์…

“ครูบาศรีวิชัย” พระนักบุญของชาวล้านนา

Cover ครูบาศรีวิชัย

“ครูบาศรีวิชัย” เกิดเมื่อวันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2421 ปีขาล ที่บ้านปาง ตำบลแม่ตืน ในปัจจุบันคือตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นบุตรของนายควาย และนางอุสา มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน บ้านเกิดของพวกเขาคือบ้านสันป่ายางหลวง ทางด้านเหนือของตัวเมืองลำพูน ในวันที่นางอุสาเจ็บท้องจะคลอดลูกพระอาทิตย์ได้คล้อยต่ำลงไปเกือบจะ 6 โมงเย็น นายควายและญาติพี่น้องพร้อมด้วยหมอตำแยได้ดูแลการคลอดของนางอุสาอย่างเต็มที่ และในขณะนั้นท้องฟ้าอากาศที่สว่างไสวกลับมืดครึ้ม เกิดพายุแรงพัดกระหน่ำสายฝนตกลงมาอย่างหนักและมีเสียงฟ้าร้อง จนกระทั่งในที่สุดนางอุสาก็ได้คลอดทารกน้อยออกมาพร้อมกับเสียงร้องไห้ และเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งเมื่อเสียงฝนและพายุก็หยุดสงบลง ทำให้ครอบครัวของนายควายได้ตั้งชื่อเด็กน้อยที่เกิดขึ้นมาว่า “เด็กชายอินท์เฟือน“ ตามภาษาล้านนาแปลว่า กระเทือน หรือ กัมปนาท เมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มอายุ 17 ปี นายเฟือนได้เข้าสู่เส้นทางธรรมบวชเป็นเณรที่วัดบ้านปาง ร่ำเรียนวิชาต่าง ๆ กับครูบาขัตติยะ เมื่อสามเณรอินตาเฟือนมีอายุย่าง 21 ปี ก็ได้อุปสมบทเป็นพระที่วัดบ้านโฮ่งหลวง จังหวัดลำพูน ได้รับฉายานามว่า “สิริวชโยภิกฺขุ” หรือ “พระศรีวิชัย“ เป็นที่ร่ำลือกันว่าพระศรีวิชัยเป็นผู้มีศรีลาจารวัตรที่งดงามและเคร่งครัด อาทิ ท่านงดการเสพหมาก เมี่ยง…

เครื่องรางของขลัง สายเมตตามหานิยม

Cover เครื่องรางของขลัง

คนไทยกับความเชื่อในเรื่อง เครื่องรางของขลัง นั้นเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก เพราะคนไทยยังใช้ศาสนาเป็นที่พึ่งทางจิตใจไม่ว่าจะ มีความทุกข์ก็จะเข้าวัด มีความสุขก็เข้าวัด อยากร่ำรวยก็เข้าวัด ดังนั้นหลายคนจึงนิยมพกเครื่องรางของขลังเอาไว้ติดตัวเพื่อความเป็นสิริมงคล เช่น การเดินทางให้แคล้วคลาดปลอดภัย การไปสอบให้ติดดังหวัง การค้าขายให้ร่ำรวย หรือแม้กระทั่งในเรื่องของความรัก แน่นอนว่าเรื่องคู่ครองย่อมเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญในชีวิต ทุกคนย่อมอยากสมหวังกับคนที่ชอบ หรือได้คู่ชีวิตที่ดี วันนี้จึงมาแบ่งปัน เครื่องรางของขลังสายเมตตามหานิยม ให้ทุกท่านได้สมหวังในเรื่องที่ปรารถนากันค่ะ   พระขุนแผน เครื่องรางสายเมตตามหานิยมเป็นที่เลื่องลือมาตั้งแต่โบราณ โดยเชื่อกันว่าพระขุนแผนมีอำนาจในด้านเสน่ห์ เมตตามหานิยมเป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้าง ผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดู เป็นที่ต้องตาต้องใจกับเพศตรงข้าม จากประวัติการสร้างพระขุนแผนได้มีการค้นพบครั้งแรกที่ วัดบ้านกร่าง จังหวัดสุพรรณบุรี ลักษณะเป็นพระพิมพ์ 5 เหลี่ยม มีลักษณะของพระปางมารวิชัย ประทับนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว และต่อมาถูกสร้างกันมาหลายรุ่น ในวงการนักเลงพระเครื่องพระขุนแผนจัดเป็นพระเครื่องอีกหนึ่งองค์ที่ทุกคนอยากเก็บไว้บูชา นะหน้าทอง นะหน้าทองมีทั้งแบบท่องคาถาแล้วทำการแปะทองลงไปบนหน้า หรือเป็นของขลังแบบที่พกพาได้ มีความเด่นดังในด้านการส่งเสริมดวงชะตาบารมี เสริมสิริมงคล เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ และโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง โดยมีความเชื่อกันว่าใครที่ได้ลงนะหน้าทองจากที่ไม่เคยมีใครรัก ก็จะทำให้มีคนมาเมตตารักใคร่ ใครที่ทำมาหากินไม่รุ่งจะกลับมาค้าขายดีมีกำไร สิ่งดี ๆ จะบังเกิดแก่ชีวิตบุคคลนั้น จะเกิดสิ่งที่ดี ๆ เข้ามาในชีวิต เรียกว่าสามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้ สาริกาลิ้นทอง  สาริกาลิ้นทองนับว่าเป็นของขลังสายเมตตามหานิยมที่หลาย ๆ คนรู้จัก โดดเด่นในเรื่องของการพูด การเจรจาต่าง ๆ เป็นเครื่องรางเสริมเสน่ห์ ช่วยเรื่องเมตตามหานิยม รวมถึงดึงดูดโชคลาภโดยเฉพาะใครที่ต้องทำธุรกิจ เจรจาค้าขาย ทำการค้า ต้องพบปะผู้คน เชื่อกันว่าหากพกสาริกาลิ้นทองติดตัวจะช่วยให้พูดจาไหลลื่น การเจรจาประสบความสำเร็จ ผู้คนหลงใหลพูดอะไรก็คล้อยตาม  แมลงภู่คำหลวง อีกหนึ่งเครื่องรางเสริมเสน่ห์และเมตตามหานิยมจากล้านนาที่ความเชื่อได้แพร่เข้ามาในไทย เชื่อกันว่าหากพกแมลงภู่คำหลวงนั้นจะช่วยเสริมดวงโชคลาภเมตตามหานิยม ใครได้พบเจอก็รักก็เอ็นดู ช่วยเสริมในด้านค้าขาย ปกป้องคุ้มครองจากพลังด้านลบ เดิมที แมลงภู่คำหลวงจะถูกสร้างมาจากไม้ดุมล้อเกวียนโบราณที่ทำมาจากไม้ประดู่แดง เพราะตามความเชื่อเดิมนั้นดุมล้อเกวียนเป็นสิ่งที่ใช้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า ทำให้ผู้บูชา แมลงภู่คำหลวง มีความเจริญก้าวหน้าตลอดไป ในอดีตผู้ที่แกะสลักแมลงภู่คำหลวง จะต้องมีเชื้อเจ้าและจะแกะสลักได้ในวันที่มีการกำหนดฤกษ์ไว้เท่านั้น ด้วยวิธีการโบราณที่เข้มงวดและสรรพคุณในด้านต่าง ๆ ปัจจุบันนี้จึงมีผู้ที่นิยมบูชา และสร้างแมลงภู่คำหลวง ในรูปแบบใหม่ที่สามารถสวมใส่เป็นเครื่องประดับได้ด้วย แมลงภู่คำหลวงที่มีชื่อเสียงเป็นแมลงภู่คำหลวงที่สร้างโดยครูบากฤษณะ ซึ่งถือกันว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดเครื่องรางแห่งล้านนา เทพจำแลงภมร  เป็นเครื่องรางที่ได้รับความนิยมทั้งในหมู่ชาวไทยและแถบอาเซียนบ้านเรา มีพุทธคุณทางด้านความรัก เมตตามหานิยม การค้าขายรุ่งเรือง สร้างโดย ครูบากฤษณะ อิณทวัณโณ สำนักสงฆ์เวฬุวัน มีลักษณะเหมือนผีเสื้อกางปีก หากสังเกตดี ๆ จะเป็นหน้าของพระศิวะ และพระแม่อุมาเทวีหันหน้าเข้าหากัน และมีอักษรโบราณที่เรียกว่า “เทวะนาคี” ล้อมรอบ มีพุทธคุณที่เสริมดวงด้านความรัก เสริมเสน่ห์ เมตตามหานิยม อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดูและเรียกเงิน เรียกโชค เรียกทรัพย์ …

รวมพิกัดสถานที่ไหว้พระพิฆเนศในกรุงเทพฯ

Cover สถานที่ไหว้พระพิฆเนศ

เรื่องความเชื่อการบูชาเทพเจ้าในศาสนาฮินดูของคนไทยถือว่าเห็นได้ทั่วไป คนไทยหลายคนกราบไหว้เทพเจ้าในศาสนาฮินดู อาทิ พระพรหม พระศิวะ พระแม่อุมาเทวี เป็นต้น แต่ที่ผู้คนนิยมบูชาและกราบไหว้แทบจะเรียกได้ว่ามากที่สุดน่าจะเป็น “พระพิฆเนศ” และสถานที่ ๆ ผู้คนนิยมไปกราบไหว้บูชาคือเทวาลัยพระพิฆเนศ สี่แยกห้วยขวาง ซึ่งมีผู้คนไปกราบไหว้อย่างหนาแน่นทุกวัน วันนี้เลยจะมาชี้พิกัดสถานที่สักการะองค์พระพิฆเนศในย่านกรุงเทพฯ ให้ท่านที่เป็นสายมู และมูใหม่หัดไหว้ได้ไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลกันค่ะ 1. วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก)“วัดพระศรีมหาอุมาเทวี” หรือที่รู้จักในนาม “วัดแขก” วัดฮินดูเก่าแก่ที่ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นเทวสถานที่สำคัญสำหรับศาสนาฮินดูและคนไทยที่นับถือองค์พระแม่อุมาเทวี โดยในทุก ๆ ปีจะมีการจัดเทศกาลบูชาพระแม่กาลี หรือพระแม่อุมาเทวีขึ้น เดิมทีวัดแขกไม่ได้ตั้งอยู่ถนนปั้น สีลม ดังในปัจจุบันแต่เป็นศาลไม้ใต้ต้นสะเดาริมคลองสีลม ก่อนที่จะมีชาวบ้านฮินดูที่อพยบมาสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นที่บูชาพระแม่อุมาเทวีตามความเชื่อทางศาสนา ที่อยู่: 2 ถ. ปั้น แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500วัน-เวลาให้บริการ: วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 06.00-20.00…

“นวราตรี” เทศกาลสำคัญของชาวฮินดู

Cover นวราตรี

“นวราตรี” เป็นเทศกาลบูชาพระแม่ทุรคา และพระแม่ปารวตีในภาคปางต่าง ๆ เก้าปาง เป็นเทศกาลที่สำคัญเทศกาลหนึ่งในรอบปีตามฏิทินฮินดู รวมไปถึงชาวอินเดียโพ้นทะเลที่อยู่ตามประเทศต่าง ๆ ของโลกก็ร่วมจัดงานเฉลิมฉลองกัน รวมถึงในไทยด้วย คำว่า “นวราตรี” นั้นแปลตรงตัวว่า “เก้าคืน” ในภาษาสันสกฤต แต่ว่าจัดกันจริง ๆ กันเป็นเวลา 1 วัน โดยวันที่ 10 มักจะเรียกว่าเป็นวันวิชยาทศมี หรือ “ทศหรา” ซึ่งเป็นวันสำคัญที่สุดของเทศกาลนี้  เทศกาลนี้จะจัดขึ้น 4 ครั้งต่อปี แต่นวราตรีที่ได้รับความนิยมที่สุดจะเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ถือเป็นช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์สำหรับการบูชาพระแม่ทุรคา ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีรายละเอียดในการจัดแตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ ตำนานของเทศกาลนวราตรี เรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนานของเทศกาลนวราตรีนั้นมีมากกว่าหนึ่งตำนาน โดยแบ่งเป็นเรื่องราวหลัก ๆ 3 ตำนานดังนี้ – แถบอินเดียตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่าพระแม่ทุรคาทรงปราบอสูรร้ายชื่อมหิษาสูร และนำความสงบกลับมาสู่ผู้คน…

9 วิธีสะเดาะเคราะห์ตามฉบับความเชื่อแบบไทย

Cover 9 วิธีสะเดาะเคราะห์

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนคนไทยยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับทางศาสนาอยู่มาก เช่นว่าหากดวงไม่ดีต้องไปสะเดาะเคราะห์จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ แต่หากเคราะห์หนักมากหน่อยอาจเลือกวิธีการบวชเพื่อให้ได้บุญหนัก ๆ วิธีสะเดาะเคราะห์ ของคนไทยมีมากมายหลากหลายวิธี ซึ่งจะได้ผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับความเชื่อของบุคคล หากบุคคลไหนปฏิบัติแล้วไม่เกิดทุกข์หนักมากนักย่อมเชื่อว่าได้ผล แต่หากใครปฏิบัติแล้วยังมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น ย่อมเชื่อว่าไม่ได้ผล เรามาดู 9 วิธีสะเดาะเคราะห์ตามฉบับความเชื่อแบบไทย กันว่ามีอะไรบ้าง 1. ถือศีล รักษาศีล การถือศีลเป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ง่ายและใกล้ตัวที่สุด อย่างการรักษาศีล 5 ซึ่งเป็นศีลที่ปฏิบัติได้ง่ายที่สุด เพื่อช่วยสร้างสมบุญบารมีเปลี่ยนจากเคราะห์หนักให้กลายเป็นเบาได้ หรือนอกจากศีล 5 แล้วหากอยากลองถือศีล 8 เพื่ออานิสงค์ที่แรงกล้ามากขึ้นก็สามารถทำได้ แต่ก็อย่าลืมรักษาศีลให้สม่ำเสมอ หากทำเป็นประจำได้จะดีมาก 2. การบวช  เรื่องการบวชเรียนถือเป็นสิ่งที่ชายไทยอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์นั้นควรปฏิบัติ เพราะถือว่าเป็นทดแทนบุญคุณพ่อแม่ดังคำที่มักได้ยินอยู่บ่อย ๆ ว่า “จะเกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์” ซึ่งการบวชพระนั้นนับว่าจะได้อานิสงค์อันแรงกล้า เนื่องจากพระภิกษุนั้นต้องถือศีล 227…

ไหว้พระแก้ชงเสริมบุญ วัดเล่งเน่ยยี่ 2

Cover วัดเล่งเน่ยยี่

หลายคนคงคุ้นกับคำว่า “ปีชง” และคงเคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีความเชื่อว่าหากตนเองตรงกับปีชงจะดวงไม่ดี จึงเลือกที่จะไปทำบุญแก้ชง หรือ ไหว้พระแก้ชง เพื่อความสบายใจของตนเอง และวัดที่ผู้คนนึกถึงเป็นวัดแรก ๆ สำหรับการเลือกไปแก้ชงนั่นคือ วัดเล่งเน่ยยี่ หรือ วัดมังกลกมลาวาส ซึ่งวันเล่งเน่ยยี่ 1 นั้นจะอยู่ที่เยาวราช ส่วน วัดเล่งเน่ยยี่ 2 หรือ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ นั้นจะอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งวัดเล่งเน่ยยี่ทั้ง 2 ที่เป็นวัดที่ผู้คนแวะเวียนกันไปกราบไหว้กันไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะไปแก้ชง หรือจะไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต วันนี้เลยหยิบเอาขั้นตอนการแก้ชงมาฝากกัน เผื่อท่านไหนที่กำลังคิดจะไปลองแก้ชงดูสักครั้งแล้วไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนดี   5 ขั้นตอนแก้ชง วัดเล่งเน่ยยี่ 2 สำหรับคนที่จะเดินทางมาแก้ชง ควรเริ่มต้นด้วยการฝากดวงชะตากับ “เทพไท้ส่วยเอี้ย” ก่อน เพื่อให้ท่านคอยปกปักคุ้มครองเรา โดยเมื่อเดินทางเข้าวัดมา ด้านหน้าของวัดเลยที่เราเห็นเป็นที่แรก คือจุดที่เราจะซื้อชุดฝากดวงแก้ปีชงได้ ให้ถอดรองเท้านำใส่ถุงที่ทางวัดจัดให้ เสร็จแล้วซื้อชุดฝากดวงกันได้เลย จากนั้นให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ นำใบฝากดวงมาเขียน ชื่อ-นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟาก หากไม่ทราบเวลาตกฟาก ให้เขียนคำว่า “ดี” นำชุดฝากดวงแก้ปีชง ไปจุดไหว้องค์เทพไท้ส่วยเอี้ย ที่วิหารจตุโลกบาลชั้น 2 อธิษฐานคำภาวนาตามเนื้อหาในชุดฝากดวงชะตา เพื่อขอเทวานุภาพองค์เทพปกปักคุ้มคอง นำชุดฝากดวงปัดตัวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า 12 ครั้ง นำชุดฝากดวงบรรุในตู้เก็บดวงชะตา  จุดไหว้ก่อน-หลัง  สำหรับคนเกิดปีชงเมื่อไหว้เทพไท้ส่วยเอี้ยเสร็จแล้ว แนะนำให้ไหว้ “จี้มุ้ยแชกุง”, “เทพเจ้ากวนอู” และ “เทพเจ้าเห้งเจีย” ซึ่งอยู่ด้านขวามือ ติดกับจุดไหว้เทพไท้ส่วยเอี้ย เพื่อช่วยเสริมดวงชะตา จากนั้นให้เดินตรงมาไหว้องค์พระประธาน “พระพุทธเจ้า 3 องค์” คือองค์อดีต องค์ปัจจุบัน และองค์อนาคต เสร็จแล้วให้เดินไปยังวิหารพระกวนอิมพันมือ และเดินขึ้นไปชั้น 4…

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เกจิดังเมืองโคราช ปราชญ์แห่งที่ราบสูง

Cover หลวงพ่อคูณ

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เดิมชื่อ คูณ เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2466 ที่บ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมาเป็นบุตรของนายบุญ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง มีพี่น้องทั้งร่วมสายเลือด 2 คน ได้แก่ นางคำมั่น และนางทองหล่อ เนื่องจากพ่อแม่มีอาชีพทำนาชีวิตในวัยเด็กของหลวงพ่อคูณนับว่าลำบากยากเข็ญอยู่พอสมควร เพราะครอบครับยากจน พออายุได้ 11 ปี แม่ได้ถึงแก่กรรม พ่อจึงพาไปฝากไว้เป็นศิษย์วัดบ้านไร่เพื่อเรียนหนังสือ โดยมีพระอาจารย์ หลี อารกฺขยโย  พระอาจารย์เชื่อม วิรโช และพระอาจารย์ฉายา กิตติปัญโญเป็นพระอาจารย์ผู้การอบรมสั่งสอน เมื่อหลวงพ่อคูณอายุได้ 16 ปี ได้ออกไปจากวัดบ้านไร่ไปอาศัยอยู่กับน้าชาย หลวงพ่อคูณได้ช่วยน้าทั้งสองทำไร่ทำนาอย่างขยันขันแข็งจนหามรุ่งหามค่ำ ครั้นเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็ลงไปนอนแผ่หลา จนน้าทั้งสองจึงบอกว่าถ้าไม่ไหวก็ให้ไปบวช หลวงพ่อคูณจึงได้เอ่ยว่า “ถ้ามีโอกาสได้ไปบวช รับรองว่าจะบวชไม่สึก…

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี วัดฮินดูสายมูที่น่าไปสักการะ 

Cover วัดพระศรีมหาอุมาเทวี

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือ วัดแขกสีลม เป็นวัดในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2422 โดยชาวอินเดียจากรัฐทมิฬนาฑู รัฐที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศอินเดียที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย ตั้งอยู่บนมุมถนนสีลมตัดกับถนนปั้น เดิมบริเวณที่ตั้งของวัดพระศรีมหาอุมาเทวีเป็นสวนผักของนางปั้น อุปการโกษากร ต่อมานายไวตรีประเดียอะจิ นายนารายเจติ และนายโกบาระตี ชาวอินเดียที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในย่านถนนสีลม ได้นำที่ดินของพวกตนไปแลกกับที่ดินสวนผักนี้ แล้วสร้างวัดขึ้นโดยได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการประกอบกิจกรรมของชาวฮินดูจากอินเดียตอนใต้ และได้มีการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ “วัดพระศรีมหามรีอัมมัน” แรกสร้างเดิมเป็นเพียงศาลาขนาดเล็กมีชื่อว่า “ศาลาศรีมรีอัมมัน” ต่อมาจึงมีการสร้างโบสถ์และนำเทวรูปพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีจากประเทศอินเดียมาประดิษฐาน สถาปัตยกรรมของวัดเป็นแบบอินเดียใต้อันสืบเนื่องจากสถาปัตยกรรมสมัยโจฬะและปัลลวะ ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบเห็นได้ทั่วไปในเทวาลัยที่ทมิฬนาฑู จุดเด่นทางสถาปัตยกรรมของวัดได้แก่ โคปุระหรือซุ้มประตูที่ตกแต่งด้วยปูนปั้นรูปเทพเจ้าต่าง ๆ ประดับรูปปั้นเทพเจ้าองค์สำคัญ ๆ ของศาสนาฮินดูบนซุ้มและมุมเครื่องยอด ทาสีสันสวยงาม ภายในโบสถ์ประธานประดิษฐานเทวรูปสำคัญ 3 องค์ที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย ได้แก่ พระศรีมหาอุมาเทวี พระขันธกุมาร และพระพิฆเนศวร โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ให้ข้อสังเกตว่าจากป้ายชื่อของวัดที่เขียนในภาษาทมิฬที่อ่านว่า “ติรุมาริอัมมันโกยิล” นั้นหมายถึง “ปราสาทพระแม่ศรีมาริ” คำว่า “มาริ” ในภาษาทมิฬ แปลว่า “ฝน” พระองค์คือเจ้าแม่แห่งฝน ซึ่งนับถือกันมากในสังคมเกษตรของทมิฬโบราณ แต่ในขณะเดียวกันตำนานพื้นเมืองกล่าวถึงพระองค์ในฐานะเจ้าแม่แห่งโรคฝีดาษด้วย ดังนั้นหากกล่าวโดยแท้จริงแล้วพระแม่มาริเป็นพระแม่เจ้าของชาวทมิฬโดยแท้ คือเป็นเจ้าแม่พื้นเมืองเดิมของชาวอินเดียใต้ ก่อนที่ศาสนาฮินดูจะแผ่ขยายลงมาแล้วผนวกเจ้าแม่เข้ามาเป็นเทวีฮินดูในภายหลัง แต่สาเหตุที่ต้องเรียกวัดด้วยนามว่า “ศรีมหาอุมาเทวี” นั้น ก็เพื่อให้คนไทยเข้าใจได้โดยง่าย โดยถือคติว่าเจ้าแม่ทุกองค์ย่อมเป็นภาคส่วนของพระเทวีใหญ่ เช่น ทุรคา อุมา หรือปารวตี หากแต่พระนาม “อุมาเทวี” เป็นที่นิยมมากในประเทศไทย เดิมวัดพระศรีมหาอุมาเทวีนี้เป็นสถานที่เฉพาะของผู้นับถือศาสนาฮินดูเท่านั้น แต่ในปัจจุบันเปิดต้อนรับผู้สัญจรทุกคน…

เรื่องราวตำนานลี้ลับแห่ง “ถ้ำนาคา” พญานาคที่ถูกสาปเป็นหิน

Cover พ่อปู่อือลือ

เรื่องราวของความเชื่อเรื่องพญานาคในบ้านเราเป็นความเชื่อที่มีมาอย่างยาวนาน “ถ้ำนาคา” ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ผู้คนหลั่งไหลขึ้นไปเยี่ยมชมและกราบไหว้พ่อปู่อือลือนาครราช โดยผู้คนเชื่อกันว่าพ่อปู่อือลือถูกสาปให้เป็นพญานาคเฝ้าสมบัติอยู่ ณ บริเวณบึงโขงหลง ทำให้เหล่าบรรดาผู้ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคเดินไปแวะเวียนกันไปที่ถ้ำนาคา เพราะศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อปู่อือลือ หลายคนขึ้นไปกราบไหว้มาแล้วประสบความสำเร็จในชีวิต ในหน้าที่การงาน ทำให้ถ้ำนาคากลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งที่ผู้คนนิยม วันนี้เลยหยิบยกเอาประวัติความเป็นมาของถ้ำนาคามาเล่าให้ฟังกันคะ “ถ้ำนาคา” จัดได้ว่าเป็นแหล่งแลนมาร์กแห่งใหม่ของเหล่าผู้แสวงบุญและผู้ที่มีความเชื่อความศรัทในเรื่องราวของพญานาค โดยถ้ำนาคาแห่งนี้กล่าวว่าเดิมเคยเป็นที่อยู่อาศัยของ “ปู่อือลือนาคราช” ตำนานนี้เล่าขานกันว่าเนื่องมาจากการไม่สมหวังในเรื่องของความรักระหว่างพญานาคกับมนุษย์ ทำให้เมืองที่เจริญรุ่งเรืองเกิดการล่มสลาย โดยบริเวณนี้เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองรัตพานคร มีพระอือลือราชาเป็นผู้ครองนครแห่งนี้ มีมเหสีชื่อว่าพระนางแก้วกัลยา มีธิดาชื่อพระนางเขียวคำ ซึ่งต่อมาได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าสามพันตา และได้ให้กำเนิดโอรสองค์หนึ่งชื่อว่าเจ้าชายฟ้ารุ่ง ทรงเป็นโอรสผู้ที่มีความเฉลียวฉลาด รอบรู้ รูปโฉมงดงาม ทั้งขณะที่พระองค์ประสูตินั้นท้องฟ้าสว่างสดใส ต่อมาเจ้าชายฟ้ารุ่งได้อภิเษกสมรสกับ นาครินทรานี ซึ่งเป็นพระธิดาของพญานาคราชแห่งเมืองบาดาลที่แปลงกายเป็นมนุษย์ งานอภิเษกสมรสจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ไปทั่วทั้งเมืองมนุษย์ (รัตพานคร) และเมืองบาดาล มีการเฉลิมฉลองกันเป็นเวลานานกว่า 7 วัน 7 คืน เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีระหว่างพระอือลือราชาและพญานาคราช เจ้าชายฟ้ารุ่ง และองค์หญิงนาครินทรานี ทั้งสองพระองค์อยู่กินกันมาเป็นเวลา 3 ปีแต่ก็ยังไม่มีบุตร เนื่องจากธาตุของนาคและมนุษย์ที่ไม่สมดุลกัน…