Cover “เมืองลับแล”

อำเภอลับแล เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นหมู่บ้านที่มีมาตั้งแต่ยุคสุโขทัย ที่มาของคำว่าลับแลนั้น ตามข้อสันนิษฐานของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เดิมชาวเมืองแพร่ เมืองน่าน หนีข้าศึกษามาตั้งรกรากฐิ่นฐานอยู่ที่นี่ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเป็นป่ารกชัฏเหมาะแก่การซ่อนตัว ทั้งยังมีเนินเขาสูงต่ำสลับซับซ้อน ผู้ที่มาจากต่างเมืองไม่คุ้นเคยก็อาจหลงทางได้ง่าย จึงเกิดเป็นเสียงร่ำลือกันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเป็น เมืองลับแล คำว่า “ลับแล” แปลว่า “มองไม่เห็น” จนกลายเป็นเรื่องเล่าที่ว่าคนมีบุญเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ได้

เมืองลับแล 4

ตำนานแห่ง เมืองลับแล นั้นมีเรื่องราวที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปในป่า แล้วได้พบเห็นหญิงสาวหลายคนเดินออกมา ครั้นมาถึงชายป่าหญิงสาวเหล่านั้นก็ได้นำใบไม้ที่ติดตัวมาเอาไปซ่อนไว้ในที่ต่าง แล้วเดินทางเข้าเมืองไป ชายหนุ่มที่เฝ้าดูอยู่เกิดความสงสัยจึงหยิบใบไม้นั้นมาเก็บไว้หนึ่งใบ เมื่อกลุ่มหญิงสาวกลับมาต่างคนต่างหยิบใบไม้ที่ตนเองนำไปซ่อนไว้ แต่มีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใบไม้หายไป จึงรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงปรากฏตัวและคืนใบไม้ให้ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือ ขอติดตามนางไปด้วยเพราะปรารถนาอยากจะได้เห็นเมืองลับแล หญิงสาวก็ยินยอม นางจึงพาชายหนุ่มเข้าไปยังเมืองซึ่งชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าทั้งเมืองมีแต่ผู้หญิง นางอธิบายว่าคนในหมู่บ้านล้วนมีศีลธรรม ถือวาจาสัตย์ ใครประพฤติผิดก็ต้องออกจากหมู่บ้านไป ผู้ชายส่วนมากมักไม่รักษาวาจาสัตย์จึงต้องออกจากหมู่บ้านกันไปหมด แล้วนางก็พาชายหนุ่มไปพบมารดาของนาง ชายหนุ่มเกิดความรักใคร่ในตัวนางจึงขออาศัยอยู่ด้วย มารดาของหญิงสาวก็ยินยอม แต่ให้ชายหนุ่มสัญญาว่าจะต้องอยู่ในศีลธรรม ไม่พูดเท็จ ชายหนุ่มได้แต่งงานกับหญิงสาวชาวลับแลจนมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน 

เมืองลับแล 3

วันหนึ่งขณะที่ภรรยาไม่อยู่บ้าน ผู้เป็นพ่อได้เลี้ยงลูกอยู่บ้านเพียงลำพัง ลูกน้อยเกิดงอแงร้องไห้หาผู้เป็นแม่ไม่ยอมหยุด ผู้เป็นพ่อจึงได้พูดโกหกปลอบลูกไปว่า “แม่มาแล้ว ๆ” มารดาของภรรยาได้ยินเข้าก็โกรธมากที่บุตรเขยพูดเท็จ เมื่อบุตรสาวกลับมาก็บอกให้รู้เรื่อง ฝ่ายภรรยาของชายหนุ่มเสียใจมากที่สามีไม่รักษาวาจาสัตย์ นางบอกให้เขาออกจากหมู่บ้านไปเสีย แล้วนางก็จัดหาย่ามใส่เสบียงอาหารและของใช้ที่จำเป็นให้สามี พร้อมทั้งขุดหัวขมิ้นใส่ลงไปด้วยเป็นจำนวนมาก จากนั้นก็พาสามีไปยังชายป่า ชี้ทางให้ แล้วนางก็กลับไปเมืองลับแล ชายหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไรก็จำต้องเดินทางกลับบ้านตามที่ภรรยาชี้ทางให้ ระหว่างทางที่เดินไปนั้น เขามีความรู้สึกว่าถุงย่ามที่ถือมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ และหนทางก็ไกลมาก จึงหยิบเอาขมิ้นที่ภรรยาใส่มาให้ทิ้งเสียจนเกือบหมด 

เมืองลับแล 3

ครั้นเดินทางกลับไปถึงหมู่บ้านเดิม บรรดาญาติมิตรต่างก็ซักถามว่าหายไปอยู่ที่ไหนมาเป็นเวลานาน ชายหนุ่มจึงเล่าให้ฟังโดยละเอียดรวมทั้งเรื่องขมิ้นที่ภรรยาใส่ย่ามมาให้แต่เขาทิ้งไปเกือบหมด เหลืออยู่เพียงแง่งเดียว พร้อมทั้งหยิบขมิ้นที่เหลืออยู่ออกมา ปรากฏว่าขมิ้นนั้นกลับกลายเป็นทองคำทั้งแท่ง ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจและเสียดาย จึงพยายามย้อนไปเพื่อหาขมิ้นที่ทิ้งไว้ ปรากฏว่าขมิ้นเหล่านั้นได้งอกเป็นต้นไปหมดแล้ว และเมื่อขุดดูก็พบแต่แง่งขมิ้นธรรมดาที่มีสีเหลืองทอง แต่ไม่ใช่ทองเหมือนแง่งที่เขาได้ไป เขาพยายามหาทางกลับไปเมืองลับแล แต่ก็หลงทางวกวนไปไม่ถูก จนในที่สุดก็ต้องละความพยายามกลับไปอยู่หมู่บ้านของตนตามเดิม

หากชื่นชอบบทความสามารถเข้าไปติดตามได้ที่เว็บไซต์ ศูนย์วัตถุมงคล คู่บุญคู่บารมี หรือถ้าหากอยากติดตามแบบไม่ให้พลาดทุกเรื่องราวที่น่าสนใจ ก็สามารถเข้าไปติดตามกันได้ที่เพจ ศูนย์วัตถุมงคล คู่บุญคู่บารมี เรายังมีบทความที่น่าสนใจให้ได้ติดตามกันอีกมากมายค่ะ

Categories: